Blockchain Business Evolution

===

Active Developers

===

เทคโนโลยีสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Cryptocurrencies ทั้งหลาย

นั่นก็คือ

เทคโนโลยี Blockchain

การพิจารณาและประเมิน Blockchain Business ของเหรียญ Cryptocurrencies ต่างๆ นั้นมีหลายๆ ปัจจัยที่ควรคำนึงถึง

อาทิเช่น Blockchain Business นั้นๆ …

❓– มีความปลอดภัยแค่ไหน?

❓– มีการกระจายศูนย์ (Decentralized) อยู่ในระดับใด?

❓– มีจำนวนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developers) มากน้อยเพียงใด?

❓– มีระดับการใช้งาน ประมาณไหน?

❓– มีโมเดลการทำกำไรอย่างไร?

❓– ฯลฯ

วันนี้ The EconoMyth จะพามาดูวิวัฒนาการของ Blockchain Business ในส่วนของ Active Developers กันครับ

ในแวดวงการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้น ปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้โปรเจคประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่เรื่องของเครื่องจักร หรือเทคโนโลยีใดๆ

แต่เป็นเรื่องการจัดการระบบนิเวศ (Ecosystem) ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developers) นั่นเอง

ลองนึกถึง Apple แทนที่เค้าจะพัฒนา applications ต่างๆ บน iPhone และ iPad เอง

กลับกัน เค้ากลับสร้าง ระบบนิเวศที่คอยสนับสนุนนักพัฒนาจากทั่วโลก หรือ ที่เรียกว่า Apple Developer Program

จนทำให้ App Store ของ Apple มี Applications ที่หลากหลาย และแข็งแกร่ง เป็นเบอร์ต้นๆ ของโลก

เช่นเดียวกันกับโลก Cryptocurrencies

การเติบโตของจำนวนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ จึงเป็น หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญ ที่พอจะบ่งบอกเราได้ว่า Blockchain Business ของเหรียญนั้นๆ มีการเติบโตเป็นอย่างไร

เพราะ ถ้าไม่มี Developers …. ก็ไม่มี Applications

เมื่อไม่มี Applications… ก็ไม่มี Users

เมื่อไม่มี Users… ก็ไม่มี Value

ก่อนอื่นขอแนะนำการอ่านกราฟนี้กันก่อนนะครับ

เพื่อให้เห็นภาพในการเปรียบเทียบกันในแต่ละเหรียญอย่างชัดเจน

แกนนอน จึงเป็นจำนวนวันตั้งแต่เริ่มเปิดตัว ฺBlockchain network ของเหรียญนั้นๆ

ในขณะที่ แกนตั้ง คือ จำนวนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developers) ของเหรียญนั้นๆ

เรามาเริ่มกันที่กลุ่มเหรียญ ที่มีระบบนิเวศนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่ใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรกกันก่อนครับ

✅ 1. Ethereum เปิดตัวมาเกือบๆ 3,000 วัน และมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์กว่า 4,000 คน

✅ 2. Polkdadot เติบโตค่อนข้างเร็ว เปิดตัวมาประมาณ 1,500 วัน และมีนักพัฒนาในขณะนี้กว่า 1,500 คน

✅ 3. Cosmos เปิดตัวมา 2,000 วัน และมีนักพัฒนาประมาณ 1,000 คน

✅ 4. Solana เปิดตัวมาประมาณ 1,400 วัน และมีนักพัฒนากว่า 1,000 คน

✅ 5. และที่ขาดไม่ได้ คือ Bitcoin ที่ปัจจุบันมีนักพัฒนากว่า 500 คนแล้ว

ต่อมา ลองมาซูมดูในกลุ่มที่กระจุกตัวกันที่ ระดับนักพัฒนาน้อยกว่า 500 คนกันบ้างครับ

(ตามเส้นที่ตีกรอบในรูปเลยนะครับ)

พบว่ากลุ่มเหรียญที่มีนักพัฒนาในระดับ 250+ คน ประกอบไปด้วย

✅ – Binance Smart Chain (BSC)

✅ – Avalanche (AVAX)

✅ – NEAR (NEAR)

✅ – Cardano (ADA)

✅ – Polygon (MATIC)

✅ – Tezos (XTZ)

ท้ายสุด แต่ไม่สุดท้าย

เรายังเห็นได้ว่ามีเหรียญที่กำลังพัฒนาระบบนิเวศ ที่มีระดับนักพัฒนาที่ 50+ คน อีกหลายๆ เหรียญเลยทีเดียว

ทั้งหมดทั้งปวง เราจึงพอที่จะเห็นวิวัฒนาการ และการเติบโตของ Blockchain Business ได้เป็นอย่างดี

สอดคล้องกับการเติบโตของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developers) ในแต่ละเหรียญ นั่นเอง

===

ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบทความจาก The EconoMyth ตลอดช่วงที่ผ่านมาหวังว่า บทความนี้จะพอเป็นประโยชน์ต่อทุกท่าน

ฝากกดติดตามเพจ กดแชร์ให้เพื่อนได้นะครับ

Related

DeFi Market Update Q3 2022

ปี 2022 ถือว่าเป็นปีที่ยากลำบากที่สุด และ ถือเป็นช่วง "ตลาดหมี (Bear Market)" ของ...

ก้าวสำคัญของโลก DeFi เมื่อ SWIFT จับมือกับ Chainlink

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีข่าวที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ เพราะผู้คนที่อยู่แวดวงการเงินการธนาคาร หรือ ทำธุรกิจที่ต้องโอนเงินข้ามประเทศอยู่เป็นประจำ ย่อมต้องรู้จัก SWIFT เป็นอย่างดี SWIFT ย่อมาจาก "Society for...

Decentralized Lending and Borrowing

เพื่อที่จะใช้บริการทางการเงินในระบบการเงินในปัจจุบันได้นั้น ขั้นต่ำที่สุดเราจำเป็นต้องเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารได้ เชื่อหรือไม่ว่า การเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารนั้น เป็นสิ่งที่ผู้คนกว่า หนึ่งพันเจ็ดร้อยล้านคน ทั่วโลก ไม่สามารถทำได้ มากกว่าครึ่งของผู้คนเหล่านั้นอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา และมีฐานะการเงินที่เรียกได้ว่า “ยากจน” ยิ่งไปกว่านั้น...

Decentralized Stablecoins

==== เป็นที่รู้กันดีว่าราคาของ Cryptocurrencies นั้นผันผวนแค่ไหน ในวันหนึ่งๆ เราอาจเห็นการวิ่งขึ้น-ลงของราคาได้ถึงกว่า 10% ในบางเหรียญ เพื่อลดความผันผวนของราคาที่ว่านี้ แนวคิดของ Stablecoins จึงถือกำเนิดขึ้น โดยแนวคิดหลักๆ...

DeFi vs CeFi ในโลกคริปโตฯ

 DeFi (Decentralized Finance) DeFi ย่อมาจาก "Decentralized Finance" หรือ "การเงินแบบกระจายศูนย์ ไม่มีศูนย์กลาง" ซึ่งคำว่า...